การปลูกดอกทานตะวัน

เงินลงทุน : ครั้งแรกประมาณ 1,000 - 1,200 บาท / ไร่ / รุ่น (ไม่รวมค่าที่ดิน) (ค่าเมล็ดพันธุ์ประมาณ 150 บาท / กิโลกรัม ค่าปุ๋ย 400 บาท / ไร่)
รายได้ : ประมาณ 4,000 - 5,000 บาท / ไร่ / รุ่น
(อาจน้อยกว่านี้ ถ้าได้ผลผลิตต่ำกว่า 400 - 500 กิโลกรัม / ไร่)
วัสดุ/อุปกรณ์ : เครื่องฉีดพ่นยาฆ่าแมลง จอบ เสียม
แหล่งจำหน่ายเมล็ดพันธุ์: สำนักงานเกษตรจังหวัดหรืออำเภอ ร้านขายวัสดุอุปกรณ์การเกษตรทั่วไป
วิธีดำเนินการ :
ทานตะวันเป็นพืชหมุนเวียนที่ทนทานต่อความแห้งแล้วได้ดี ไม่ต้องการ การดูแลเอาใจใส่มากนัก โดยเฉพาะถ้าปลูกปลายฤดูฝน
- ในพื้นที่ที่เป็นดินร่วนเหนียวสีดำ ควรปลูกระหว่างเดือน กันยายน-พฤศจิกายน
- ในพื้นที่ที่เป็นดินร่วนหรือดินร่วนปนทรายควรปลูกระหว่างเดือนสิงหาคม-ตุลาคม
- ในกรณีพื้นที่สามารถให้น้ำได้ สามารถปลูกในฤดูแล้งได้อีกครั้งหนึ่งโดยปลูกระหว่างเดือน พฤศจิกายน - กุมภาพันธ์
ขั้นตอนการปลูก
1. เตรียมดิน โดยดายหญ้าให้เตียน หว่านปุ๋ยคอกอัตรา 1.5 ตัน/ไร แล้วไถปรับสภาพพื้นดิน
2. ยกร่องให้กว้าง 150 เซนติเมตร ระยะระหว่างร่อง 75 เซนติเมตร ขุดหลุมบนสันร่อง ระยะระหว่างหลุม 45 เซนติเมตร ใส่ปุ๋ยรองพื้น สูตร 16-20-0 หรือ 25-7-7 อัตรา 20-25 กิโลกรัม/ไร่
3. ใช้เมล็ดพันธุ์ประมาณ 0.8 กิโลกรัม / ไร่ หยอดหลุมละ 2-3 เมล็ด กลบดินหนาประมาณ 3-5 เซนติเมตร ให้แน่นพิสมควร
4. ใช้ยาคุมหญ้าประเภทอลาคอร์เมตลาคอร์ อัตรา 300-400 ซีซี/ไร่ หรือ 7-8 ช้อนโต๊ะ ต่อน้ำ 18-20 ลิตร ฉีดพ่นหลังหยอดเมล็ด
5. หลังจากปลูกไปแล้ว 5-10 วัน ให้ตรวจดูการงอก และการปลูกซ่อม หลังจากนั้นอีก 5 - 8 วัน ถอนแยกให้เหลือ 1 ต้น/หลุม โดยเลือก ถอนต้นที่มีขนาดเล็กหรือผิดปกติก่อน
6. เมื่ออายุได้ 25 - 30 วัน ให้พูนดินโคนต้นและกำจัดวชพืช พร้อมทั้ง ใส่ปุ๋ยยูเรีย 46-0-0 อัตรา 15-20 กิโลกรัม /ไร่ ห่างจากโคนต้น 20 เซนติเมตร (ระวังอย่าให้ถูกใบ) แล้วกลบปุ๋ย
7. ประมาณ 100 - 110 กลีบประดับรอบดอกะเริ่มเปลี่ยนจากสี เหลืองเป็นสีน้ำตาลให้เก็บเกี่ยวโดยการตัดทั้งดอกนำมาตากแดด ให้แห้ง 1 - 2 แดดก่อน แล้วกระเทาะเมล็ดโดยการนวยด้วยเครื่อง นวดถั่วเหลืองหรือถั่วลิสง หรือใช้เครื่องสีข้าวฟ่างก็ได้แล้วแต่ความ สะดวก (กรณีไม่มีอุปกรณ์และไม่ต้องการลงทุนเอง ก็สามารถจ้าง เขาทำได้)
8. ทำความสะอาดเมล็ดให้ดี เก็บไว้ในยุ้งฉางที่ป้องกันแดด กันฝน และแมลงศัตรูได้ ความชื้นที่จะเก็บเมล็ดไว้ควรมีไม่เกิน 10 %
การให้น้ำ
     ทานตะวันต้องการน้ำพอสมควรในช่วงระยะแรกของการเจริญ เติบโต ถ้าปลูกปลายฤดูฝนอาจไม่จำเป็นต้องให้น้ำ แต่ถ้าปลูกในฤดู แล้งควรรดน้ำช่วงระยะ 1 เดือนแรก และระยะ 50 วัน (ช่วงมีดอก)
ปัญหาในการแลูกทานตะวัน
1. ปัญาเรื่องเมล็ดเน่าเสียหาย เนื่องจากทานตะวันมีดอกใหญ่ เมื่อเมล็ดแก่ ดอกจะห้อยลง และด้านหลังของดอกจะเป็นแอ่ง เมื่อ ฝนตก น้ำฝนจะขังอยู่ ทำให้เกิดการเน่าและเมล็ดเสียหาย ป้องกันได้ โดยปลูกในช่วงปลายฤดูฝน ตั้งแต่เดือน สิงหาคม-มกราคม
2. ปัญหาเรื่องแมลง ได้แก่ - ผีเสื้อกลางคืน ป้องกันโดยใช้ยาฟูราดาน F3, ไพดริน - เพลี้ยจักจั่น แมลงหวี่ขาว ป้องกันโดยใช้ยาอะโซดริน อัตรา 15 ซีซี/น้ำ 20 ลิตร/ไร่ หรือใช้เซพวิน 3 ช้อนโต๊ะ/น้ำ 20 ลิตร/ไร่
ตลาด/แหล่งจำหน่าย : ขายส่งให้กับบริษัทผลิตน้ำมันพืช หรือขายส่งให้พ่อค้าแม่ค้าคนกลาง
สถานที่ให้คำปรึกษา : กองส่งเสริมพืชไร่นา กรมส่งเสริมการเกษตร โทร. 940-6128
สถานที่ฝึกอบรม : สำนักงานเกษตรจังหวัดหรืออำเภอ
ข้อแนะนำ:
1. เมล็ดพันธ์ที่ใช้ปลูก ควรเป็นพันธ์ลูกผสม (แปซิฟิค 33) เพราะเป็น พันธ์ที่ติดเมล็ดได้ดี มีอัตราการงอกสูงเกินกว่า 80% ให้ผลผลิต ประมาณ 400-500 กิโลกรัม/ไร่ สามารถทนต่อความแห้งแล้วได้ดี
2. ทานตะวันสามารถปลูกเป็นพืชหมุนเวียนสลับกับพืชอื่นได้ เช่น ข้าวนาปี ถั่ว ข้าวโพด
จัดทำโดย นายบุญธรรม มุ่งเป้า